พอดีได้รับ forward mail มาจากพี่นิ เห็นว่าเป็นเรื่องที่ดีแล้วบังเอิญประจวบเหมาะกับเหตุการณ์กรณีที่ Art thief กลับมาอีกครั้ง ก็เลยเอามาลงไว้ให้อ่านกัน... ถ้าคนที่เป็นหรือเคยเป็น Art thief เค้าได้อ่านแล้วคิดบ้างก็คงจะดี...
** ผู้เขียนเรื่องนี้คือ วินทร์ เลียววาริณ นักเขียนรางวัลซีไรท์ จากหนังสือเรื่อง "รอยเท้าเล็กๆของเราเอง" (ขอบคุณคุณ PastelSalad สำหรับข้อมูลค่ะ ^^) **
รอยเท้าเล็ก ๆ ของเราเอง
ครั้งหนึ่งนักเขียนชาวจีน โก้วเล้ง
เคยค่อนแคะนักเขียนคนอื่นซึ่งลอกเลียนวิธีการเขียนของเขาว่า
"ลมที่ตนเองผายออกมายังหอมกว่าของคนอื่น..."
ที่ขัดแย้งขบขันคือ ครั้งหนึ่งเขาก็สูดลมที่คนอื่นผายเช่นกัน!
แต่การที่ โก้วเล้ง สามารถเอ่ยประโยคนี้ได้เต็มปาก
เพราะถึงเขาจะลอกเลียนงานคนอื่น
วันหนึ่งก็สามารถดัดแปลงมาเป็นวิถีเฉพาะของตนเอง
มองโลกวันนี้ กวาดตารอบตัว เราพบว่า "การสูดลมที่ผู้อื่นผาย"
มีมากมายจนกลายเป็นเรื่องธรรมดา
นักร้องซีกเอเชียจำนวนมากลอกเลียนเพลง ไปจนถึงวิธีการร้อง/เต้น (แร็พ,
ฮิพฮอพ ฯลฯ) อย่างนักร้องฝรั่ง มาทั้งดุ้น
การเดินแฟชั่นแกะมาจากต้นแบบฝรั่งทั้งกะบิ
รูปแบบรายการโทรทัศน์ มุมกล้องภาพยนตร์
ที่ตามรอยตะวันตกโดยไม่ต้องคิดใหม่
ฯลฯ
การลอกเลียนเพื่อการศึกษาและพัฒนาไม่ใช่เรื่องเสียหาย
แต่การก๊อปปี้อย่างหลับหูหลับตาเท่ากับเป็นการส่งเสริมความสำเร็จของต้นแบบ
และตอกย้ำว่าตัวเองเป็นเพียง "สาขาย่อย" เท่านั้น
บางคนอาจลืมไปว่า ถึงจะลอก ก็ยังต้องออกแรง
ยิ่งพยายามกลบเกลื่อนร่องรอยจากต้นแบบมากเท่าใด
ก็ยิ่งต้องเหนื่อยมากเท่านั้น
เช่นนั้นมิสู้เสียแรงไปกับการสร้างรอยเท้าของเราเอง?
เร็ว ๆ นี้ มาดอนนา ให้สัมภาษณ์ว่า เธอมิได้รู้สึกดีอีกแล้ว
เมื่อเห็นคนอื่นเลียนแบบเธอ แต่งกายอย่างเธอ
จริงอยู่โลกแคบลงเรื่อย ๆ ด้วยคำว่า โลกาภิวัฒน์ (Globalization
หรือ"ก่อบรรลัยใส่ฉัน" ตามสำนวนของกวี เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์)
ความหลากหลายของวัฒนธรรมและเทคโนโลยีลดลง
แต่นี่มิใช่ข้ออ้างของการลอกเลียนอย่างหลับหูหลับตา
หลังสงครามโลกครั้งที่สอง
ญี่ปุ่นพัฒนาประเทศโดยการลอกเลียนเทคโนโลยีตะวันตกแบบทั้งดุ้น แต่ค่อย
ๆ ศึกษา ดัดแปลง จนในที่สุดก็สร้างรอยเท้าของตนเอง
เป็นรอยเท้าที่ลึกและหนักแน่น จนต้นแบบยังทึ่ง
การเลียนเพื่อรู้เป็นเรื่องดี แต่การรู้เพื่อเลียนไม่ใช่
โลกหมุนไม่หยุดเพราะมีคนกลุ่มหนึ่งพยายามวิ่งหนีเงาของตนเอง ไปข้างหน้า
คนพันธุ์นี้เชื่อว่ามีอะไรใหม่ ๆ รอให้สร้างอยู่เสมอ ไม่มีวันหมด
นี่จึงทำให้การสร้างสรรค์มีความหมาย
หากไม่สามารถสร้างรอยเท้าของตนเองได้ ก็มิยอมเหยียบบนรอยเท้าของคนอื่น
รอยเท้าของตนเองถึงจะจาง แต่ก็เป็นรอยเท้าของเราเอง
ย่างก้าวของเราถึงจะสั้นและช้า แต่ก็เป็นก้าวของเราเอง
เรื่องการวาดรูปก็เหมือนกัน...แรกเริ่มเดิมทีเมื่อหัดวาดก็อาจจะวาดตามหนังสือการ์ตูนเพื่อเป็นแนวทางในการวาดได้...แต่ไม่ใช่ว่าจะต้องลอกไปตลอดกาล...ไม่ใช่ถือเอาว่าสิ่งที่เราวาดอยู่นี่เป็นของๆเรา เพราะสุดท้ายแล้ว..คุณก็ "ลอกเค้ามา" อยู่ดี
Art thief อาจจะไม่มีวัน "หมด" ไปจากโลกนี้ แต่อย่างน้อยเราก็สามารถช่วยกันเป็นหูเป็นตา ช่วยกันตักเตือน และเลิกสนับสนุนคนพวกนี้เพื่อให้จำนวน Art thief "ลด" ลงได้ .....จริงมั้ย?
edit @ 2006/03/04 02:22:58