2007/Jan/21

มาแล้วๆ หลังจากอู้ไม่อัพบล็อกมานาน กลับมาเลยอัพ Theme ใหม่ซะเลย เอารูปมาจากโฟโต้บุค The Prince in Prague แต่ขอเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น "ThePrince in myHEART " แทนนะคะ 555
ทีแรกว่าจะเอารูปของขวัญที่ส่งให้แจจุงมาแปะให้ดูแต่มีภารกิจอีกภารกิจนึงที่ต้องจัดการก่อน...
นั่นก็คือ...............
BlogTag ขอรับท่าน 5555
พี่โอ ( nineo ) ผู้แปล 12 อาณาจักรเทพยุทธ tag มา ขอบคุณนะคะ 감사합니다~~ อิอิ
เอ่อ....ก็ต้องพิมพ์เรื่องเกี่ยวกับตัวเองที่คิดว่าไม่มีใครรู้ 5 ข้อสินะ....เอ.....

1. เคยไม่ชอบเพลง Asian เลยทุกชนิด

ฮั่นแน่~~!!!! รู้นะว่าไม่เชื่อ เห็นบ้าดงบังชินกิซะขนาดนี้ แต่.......เชื่อเหอะ....ขอร้อง = ="
ไม่ชอบขนาดที่ว่า ไม่ฟังเลย ได้ยินก็ ยี้~~~เพลงอะไรอ่ะ ฟังไม่รู้เรื่อง แต่งตัว แต่งหน้าอะไรก็แปลกๆ ไม่เห็นจะน่าคลั่งไคล้อะไรตรงไหน บลาๆๆๆ
เห็นเพื่อนซื้อหนังสือดาราญี่ปุ่นที่ก็นั่งเสียดายตังค์แทนเพื่อน ซื้อทำไม เปลืองจะตายไป ไม่เห็นมีอะไรน่าซื้อเก็บเลย....
อีกหนึ่งเหตุผลคือ...เมื่อก่อน เราชอบ A1 มากกกกกกกก (ยังมีหนูๆคนไหนรู้จักอยู่มั้ย ที่มี 4 คน เบน พอล มาร์ค คริสเตียน น่ะ)


จากซ้าย มาร์ค เบน พอล(หัวแดงๆ) และ คริสเตียน


ฟังเพลงก็ต้องฟัง A1 ไม่ก็เพลงฝรั่ง เพลงแถบเอเชียนี่ไม่แตะเลย เพลงไทยฟังบ้าง แต่ไม่ค่อยโดน
เราคลั่ง A1 มาก อะไรๆก็เบนจ๋าๆๆๆ~~~~~~~!!!


เบนน่าร้ากกกกก ไม่หวั่นแม้จะมีรอยย่น 555

เหตุมันมาเกิดที่ว่า...ตอนเราอยู่ประมาณม.2 หรือม.3 เนี่ยแหละ A1 มาที่ไทย มาเล่นคอนเสิร์ต (จะเรียกคอนเสิร์ตก็ไม่เชิงนะ มาเล่นที่ศูนย์ประชุมสิริกิติ์น่ะ)
เราก็อยากไปดูมากกกกก แต่เนื่องด้วยสมัยนั้นเราไม่มีความกล้าพอที่จะขอพ่อไปดูอะไรแบบนี้ จะไปห้างกับเพื่อนทียังไม่ค่อยกล้าขอเลย
เราก็เลย.....ตัดใจ.....คิดซะว่า เดี๋ยวรอครั้งหน้าก็ได้ รอให้เราโตขึ้นกว่านี้อีกนิด แล้วเราคงจะได้ไปแน่ๆ อีกประการนึงคือตอนนั้นมันต้องชิงบัตร แต่เราไม่มีไง ก็เลยตัดใจง่ายๆเลย
แต่เพื่อนที่ไปบอกว่า ตอนนั้นที่เหลือเยอะ เค้าเลยเรียกป้าๆที่เดินอยู่แถวๆนั้นเข้าไปดูได้เลยอ่ะ กรี๊ดดดดดดด ทำไมตรูไม่ป๊ายยยยยยยยยย!!!!
เคราะห์ซ้ำกรรมซัด หลังจาก A1 กลับจากไทยไปไม่นาน (ไม่นานเลย) A1 ก็.................แยกวง

ความรู้สึกตอนนั้นมันทั้งเศร้า ทั้งเสียใจ อะไรกัน ทำไมต้องแยกวงด้วย แถมตอนมาไทยเราก็ไม่ได้ไปอีก...
ก็แอบเจ็บใจตัวเอง ทำไมนะ ถ้าตอนนั้นเรามีความกล้าที่จะลองขอพ่อดู บางทีเราอาจจะได้ไปก็ได้...แม้มันอาจจะเป็นครั้งสุดท้ายที่จะได้เห็นพวกเค้ารวมกันอยู่ 4 คนก็ตาม
โอกาสที่จะได้ไปดูคอนเสิร์ต A1 ก็จบลงไปด้วยประการละฉะนั้น.....

ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา.........เราก็ปิดใจตัวเอง ไม่ฟังเพลงอะไร ของใคร ชาติไหนทั้งสิ้น กะจะให้เสียงเพลงมันตายไปกับความทรงจำของ A1 เลย (ขนาดนั้น = =")
แต่แล้ว.......วันนั้น......วันแห่งโชคชะตาก็มาถึง.......เรากำลังทำอะไรอยู่ก็ไม่รู้ รู้แต่ว่าอยู่ห่างไกลจากทีวีมาก บังเอิญตอนนั้นทีวีมันเปิดช่อ channel [v] อยู่ เราก็ได้ยินเสียงเพลงๆนึง....เพราะมาก....ด้วยความสงสัยว่าใครกัน...ที่ร้องออกมาได้เพราะขนาดนี้ เราจึงหัวไปมอง ก็เห็นกลุ่มผู้ชายกลุ่มนึงนั่งร้องเพลงอยู่บนเก้าอี้อยู่ แต่เห็นหน้าไม่ชัด เลยไม่สามารถรับรู้ถึงความหล่อได้...สิ่งที่รู้อย่างเดียวตอนนั้นคือ...เพราะ....เพราะมากกก อยากฟังอีกอ่ะ เดี๋ยวไป search ในเน็ตดีกว่า ก็พยายามจำชื่อที่ปรากฏบนจอให้ได้

"Dong Bang Shin Gi"
"My little princess"

อืม.....วงอะไรฟระ ชื่อจำยากจริง..........
และก็เป็นไปตามความคาดหมายว่า พอถึงเวลาจะหาเพลงนี้จริงๆ........ก็..............จำไม่ได้ทั้งชื่อวงและชื่อเพลง.........เลยตัดใจ.....

ครั้งต่อมา ดุจดั่งเพลง My Destiny มากๆ เรากำลังนั่งเอนๆอ่านหนังสืออยู่หน้าทีวี ทีวีเปิดทิ้งไว้ ช่องเดิมนั่นแหละ และแล้วอะไรก็ไม่รู้ ดลใจให้เราเงยหน้าขึ้นมาจากหนังสือ....

เป๊าะ!!!!!!!

เสียงดีดนิ้วที่ดังขึ้นพร้อมๆกับเราที่กำลังประสานสายตาเข้ากับหนุ่มหล่อ(โคตร)คนหนึ่ง
หนุ่มคนนั้นทำให้เราเหมือนถูกมนต์สะกด ไม่สามารถละสายตาออกไปจากจอทีวีได้
จอทีวีด้านขวาล่างปรากฏคำว่า......" Hero " ขึ้นมา....


เมื่อแรกพบ สบพักตร์เจ้าแจ่มหล้า
โอ้ดวงใจข้า วางแทบหัตถ์แจ(จุง)ผู้เดียว
( ก็อปมาจาก"ดั่งดวงหฤทัย"ของ"ลักณวดี"นะฮ้า เรื่องโปรดๆ อิอิ )

ยอมรับว่าความหล่อเกินคนของแจจุงทำให้เราตกตะลึงและสะกดสายตาเราไว้กับทีวี...


แหกปากร้องจนปากสั่นก็ยังหล่อ (แต่เป็นภาพนิ่งแล้วแอบฮา 555)

แต่สิ่งที่สะกดใจเราได้กลับไม่ใช่หน้าตาอันหล่อเหลานั้น....แต่กลับเป็นเสียงเพลงของพวกเค้า....

เพราะมาก......

คราวนี้เราตั้งใจอย่างแน่วแน่ที่จะหาเพลงนี้มาฟังอีกให้ได้ เราจึงจำๆๆๆๆๆชื่ออีก..

"Dong Bang Shin Gi"
"Always There"

เอ๊ะ...ชื่อคุ้นๆ วงเดียวกับคราวก่อนหรือเปล่านี่?
และแล้วพอเราจะมาหาในเน็ตก็...............ลืมอีก.........= ="
แต่อยู่ๆก็เหมือนมีคำอะไรมาผุดในหัว........บัง...................กิ..............
บังๆกิๆ.......................ชิน.......................ชินบังกิ!!!!

สรุปเอาเองอย่างมาดมั่น แล้วลงมือล่า เอ๊ย หาในเน็ต ก็ถึงได้รู้ว่าเค้าชื่อ "ดงบังชินกิ" ตะหาก TvT"
ก็หาเพลงนั้นมาดู จาก 1 เพลง กลายเป็น 2 เพลง....2 กลายเป็น 3
จากเพลง กลายเป็นละครดราม่าที่พวกเค้าเล่น....
จากดราม่า กลายเป็นรายการโชว์.....
จากรายการโชว์ เป็น Performance....

จาก Performance ก็กลายเป็น........ดงบังชินกิ........ซารางแฮโย~~~!!!!
หลงรักหนุ่ม 5 คนนี้อย่างถอนตัวไม่ขึ้น เหอะๆๆ

เอ่อ....Tag แค่ข้อเดียวนี่พล่ามซะเหมือนจะเขียนพงศาวดารได้ซักเล่ม
ข้ออื่นๆเอาไว้ครั้งหน้าดีมั้ย? เหอๆๆ เอาเถอะ ข้อต่อๆไปจะเอาให้สั้นลงนะเคอะ ...

2. พ่อกับแม่ไม่เคยรู้ว่าครั้งนึงเราเคยโดนไฟดูด

ทำไมข้อนี้อารมณ์มันแตกต่างจากข้อที่แล้วจัง = ="
ตอนนั้นอยู่ประมาณป.5 เห็นจะได้ คือพาเพื่อนๆมาที่บ้าน ก็ทอดเฟรนช์ฟรายกินกัน เพื่อนบางคนก็นั่งเล่นคอมอยู่ บางคนก็ดูทีวี อีก 2คนอยู่ในครัว
อากาศร้อนมาก ก็เลยเปิดแอร์เอาไว้ แล้วบังเอิญว่าช่วงนั้น ไฟแอร์มันรั่ว แต่ไม่ได้รั่วร้ายแรงนะ แต่ก็อันตรายอยู่
ด้วยความเป็นคนดี จะไปเตือนเพื่อนว่า อย่าไปจับขอบประตูห้องครัวตรงที่มันเป็นเหล็กนะ เพราะไฟแอร์มันรั่วอยู่(แอร์อยู่ตรงด้านบนของประตูห้องครัว)เดี๋ยวจะโดนดูดเอา
ยังไม่ทันจะได้พูดอะไรซักคำ แค่อ้าปาก....อ้าปากจริงๆนะ....โช๊ะ !!!!!!!!!!!!!!!!!


จี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ


ความรู้สึกแรก เหมือนมีกระแสไฟฟ้าจำนวนมากแล่นไปทั่วร่าง
ความรู้สึกเหมือนเป็นโกคูกำลังจะแปลงร่างเป็นซุปเปอร์ไซย่าขั้นสุดยอด
แต่แล้ว ด้วยสติที่ยังมีเหลืออยู่และเพราะไฟมันไม่แรงถึงขั้น 220 volt
เราตัดสินใจ กระโดดถอยออกมาอย่างแรงที่สุด ให้พ้นจากกระแสไฟฟ้า
ถึงขึ้นหงายหลังล้มตึงหัวกระแทกพื้นไปเลยทีเดียว......แต่เอ๊ะ ....ทำไมยังมีไฟฟ้าอยู่ล่ะ!!!????
พยายามยกหัวขึ้นไปมองตรงประตู ปรากฏว่า......

"เท้าข้อยวางพาดอยู่บนรางเลื่อนประตูที่ทำด้วยเหล็กอยู่" (ประตูเป็นแบบเลื่อน)

ปั๊ดธ่อออ นึกว่าจะรอดแล้ว เท้ายังไปพาดอีก รีบยกเท้าขึ้นมาโดยไว
กระแสไฟฟ้าที่วิ่งวนอยู่ในร่างที่รู้สึกได้ว่ามีอยู่มากมายหายไป แต่ไม่หมด เหมือนยังมีกระแสไฟฟ้าอ่อนๆอีกจำนวนหนึ่งวิ่งอยู่อย่างเฉื่อยๆ
มองไปที่มือก็รู้สึกว่ามือสั่นอยู่ ค่อยๆลุกขึ้นมานั่งซักพักให้หายสั่นก็โล่งออก ดีที่ไม่เป็นอะไรมาก
พอหันกลับไปข้างหลังก็พบกับ..........
เพื่อนคนนึงยืนอ้าปากค้างอยู่ประมาณว่าตะลึง....... 3 วิให้หลังมันก็....................... หัวเราะ!!!!!!!

ไอ้เพื่อนเวรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรร!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

ชีวิตเพื่อนกำลังตกอยู่ในอันตราย จะช่วยก็ไม่ช่วยยังจะมายืนหัวเราะไม่หยุดอีกกกก!!!!!
ยิ่งคิดยิ่งแค้น น่าจับมันผลักใส่ประตูเหล็กซะให้เข็ด ไอ้เพื่อนที่ควรจะเห็นเหตุการณ์ก็ดันไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรกับเค้าเลย มัวแต่ก้มหน้าทอดเฟรนช์ฟรายอยู่นั่นแหละ
พอรู้เรื่องกันครบทุกคนถึงกับงง นี่ถ้าเราตายไปจริงๆจะทำไงเนี่ย = ="
เรื่องทั้งหมดนี้ เราไม่ได้บอกกับพ่อแม่ ไม่รู้ทำไม แต่ไม่อยากให้รู้ จนถึงบัดนี้พ่อกับแม่ก็ยังไม่มีใครรู้เลยนะ อิอิ

3.เคยเกือบเชือดข้อมือตัวเอง

อย่าตกใจกันไป ไม่ได้จะฆ่าตัวตายนะ = ="
คือตอนนั้นเด็กมาก อนุบาล 1 รึเปล่าไม่แน่ใจ ประมาณ 3 ขวบน่ะ ตอนนั้นพ่อแม่ไม่อยู่ เราอยู่ที่บ้านอาม่า ก็มีอากงอาม่าแล้วก็อาโกวอยู่
ด้วยความเป็นเด็ก ก็ไปเจอคัตเตอร์ แล้วก็ด้วยความอยากรู้ อยากรู้ว่าถ้าคัตเตอร์กรีดโดนเนื้อแล้วจะเป็นอย่างไร
ก็เลยตั้งท่า........จะเชือดข้อมือตัวเอง =_______= ;!!!!!!!!!!!!!
อากงอาม่าอาโกวก็ไม่มีใครเห็น ทางสะดวกล่ะ อิอิอิ
แต่.....ความกลัวเจ็บมันก็มีอยู่มาก ก็เลยกะว่า เชือดนิ้วก่อนดีกว่า ข้อมือมันใหญ่กว่า เดี๋ยวเจ็บมากกว่า (ดูความคิดตรู = =")
ก็เลย 1.......2 ........3....!!!!
แช๊บบบบบบบบบบบบ!!!!!!!!!!!!!
นิ้วมีรอยถูกกรีด พร้อมกับเลือดที่ค่อยๆซึมออกมา สีแดงน่ากินเชียว เฮ้ยยยย!!!!!!
ตอนแรกก็จ้องนิ่งๆ แต่แล้ว มันก็ค่อยๆรู้สึกเจ็บจี๊ดดดดดดดดดดดดดด
เราก็เลย.......โฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ!!!!!!!!!!!!!!!!
ร้องดังลั่นบ้าน อาโกวถือกาน้ำร้อนออกมาจากห้องครัวรีบวิ่งมา เป็นอะไรลูกร้องทำไม???
เราก็ยื่นนิ้วให้ดู อาโกวก็เลยรีบทำแผลให้ พอโดนถามว่าไปโดนอะไรมา เราก็แหลแบบไร้เดียงสา(จริงๆนะ คริๆๆ)ว่าเราไปจับคัตเตอร์เล่นแล้วมันก็บาดนิ้วเอา
แล้วเราก็อ้อนให้อาโกวโอ๋ต่อไป (เลวตั้งแต่เด็กเลยตรู =___=")

เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ให้ผู้ปกครองทุกท่านพึงตระหนักไว้ว่า...กรุณาเก็บของมีคมหรือสิ่งที่จะสามารถเป็นอันตรายต่อบุตรหลานของท่านได้ให้พ้นมือและห่างไกลสายตาเด็กน้อยทั้งหลายให้ดี โดยเฉพาะเด็กซาดิสม์แบบเราเป็นต้น 555

4.เคยโดนคนที่เรียกว่า"เพื่อน"หลอก

เรื่องนี้ไม่ขอลงรายละเอียดนะคะ ไม่อยากจะรื้อฟื้นให้แค้นใจ
แต่เอาเป็นว่ามีคนที่ครั้งนึงเราเคยเรียกว่า"เพื่อน"คนนึง....... "เพื่อน"ที่เราไว้ใจ...... "เพื่อน"ที่ไม่ว่าจะครั้งไหนก็ยิ้มให้เราเสมอ.......... "เพื่อน" คนที่ดูว่าไม่เคยคิดร้ายอะไรกับเราเลย
แต่ใครจะไปคิดว่า "เพื่อน" คนนี้แหละ ที่หลอกลวงเราทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านมา
คุณเคยมั้ย ?... ที่เวลาที่คุณรู้ว่ากำลังโดนเพื่อนคนที่ไว้ใจหลอก คุณก็จะพยายามทำทุกอย่างเพื่อที่พิสูจน์ว่ามันไม่ได้หลอก
คุณเคยมั้ย? ... ที่จะออกไปเดินตามล่าหาสถานที่ที่คุณเองก็ไม่รู้จัก ไม่เคยไป ไม่รู้แม้กระทั่งว่ามันมีอยู่จริงบนโลกใบนี้หรือเปล่าตลอดทั้งวัน เพื่อที่จะพิสูจน์ว่ามันมีอยู่จริง "เพื่อน"ไม่ได้หลอกเรา
คุณเคยมั้ย ? ... ที่จะเถียงกับพ่อแม่หรือพี่ที่พยายามจะเตือนเราว่า เรากำลังโดน"เพื่อน"หลอกนะอย่างเต็มที่ เพราะเราเลือกที่จะเชื่อใจ"เพื่อน"คนนั้น
คุณเคยมั้ย ? ... ที่ขนาดในวันสุดท้ายที่เราพยายามถามความจริงจาก "เพื่อน" คนนั้น ว่าเค้าโกหกเรื่องทั้งหมดนี้ไปทำไม แต่คำตอบที่ได้กลับมามีแต่เพียงคำว่า "ไม่รู้" แล้วคุณก็ยังพยายามจะพูดต่อไปเพื่อให้คำตอบที่จะได้มาจาก "เพื่อน"คนนั้นมันต่างออกไป เพื่อให้มันบอก"ความจริง" มาซักที

คนที่เรียกว่า "เพื่อน" แต่หลอกลวงเราจนถึงวินาทีสุดท้ายแบบนี้....คุณเคยเจอมั้ย ?

ถ้าไม่.....มันเป็นความโชคดีของคุณแล้วล่ะ และเราก็ขอภาวนาให้ทุกคนอย่าได้พบได้เจอกับคนประเภทนี้เลยตลอดช่วงชีวิต

เรื่องนี้มันเกิดขึ้นและจบลงตั้งแต่สมัย ม.3 แล้ว แต่ความทรงจำที่ผ่านมามันก็ยังคงอยู่ในความทรงจำจนกระทั่งถึงทุกวันนี้
คงคิดกันสินะ ว่ามันเป็นเรื่องความรัก....เปล่าเลย ไม่ใช่เรื่องความรักใดๆทั้งสิ้น แต่มันเป็นเรื่องของความเชื่อใจของเพื่อนล้วนๆ
เรื่องที่ "นังนั่น" (ขอเปลี่ยนสรรพนามล่ะนะ หึๆ)หลอกให้เราและเพื่อนอีกคนฟังน่ะ มันเป็นเรื่องเล็กน้อย
เล็กน้อยมากกกกกกกก ติดจะเป็นเรื่องไร้สาระอีกซะด้วยซ้ำ
แต่ความเจ็บปวดที่พวกเราได้รับรู้ว่ามันหลอกพวกเราตลอดเวลาที่ผ่านมาน่ะมันไม่เล็กเลย

เมื่อก่อนเคยเล่าให้เพื่อนคนอื่นฟังอยู่หลายครั้ง เค้าก็จะเห็นและคิดแค่ว่า เราบ้าในเรื่องที่เล็กๆน้อยๆ ไม่เห็นจะมีอะไรใหญ่โตเลย
นานวันเข้า ทั้งเราและเพื่อนก็หยุดที่จะเล่า เพราะเห็นแล้วว่า ไม่มีใครที่จะเข้าใจความรู้สึกเราได้หรอก ถ้าเค้าไม่ได้โดนซะเอง
จนถึงวันนี้เราก็ยังยืนยันคำเดิมว่า....

"เราไม่ได้โกรธในเรื่องที่เค้าหลอก แต่เราโกรธที่เค้าหลอก"

เข้าใจมั้ย?
ท่านนกฮูกเคยแนะว่า เรื่องนี้จะจบลงด้วยดีเพียงคำๆเดียว คำว่า "ขอโทษ"จากนังนั่น
โทษค่ะท่านผู้อ่าน นี่ไม่ใช่นิยายน้ำเน่าหรือนิยายวัยรุ่นรักหวานซึ้งนะคะที่ตอนจบนางเอกและนางร้ายจะกลับมาคืนดีปรองดองกันได้โดยลืมเรื่องบาดหมางทะเลาะวิวาทแทบฆ่ากันตายได้ด้วยเพียงคำๆเดียว เน่าค่ะเน่าเกินไป
เราขอยืนยัน ตอนนี้ไม่รู้สึกอะไรแล้ว เพื่อนอีกคนก็เหมือนกัน แต่ไม่ว่าจะอย่างไร "จะชาตินี้หรือชาติหน้า ขออย่าให้ได้มาเจอะเจอกันอีกเลย"
เพื่อนแบบนี้ ไม่เอาแล้ว
เรื่องทุกสิ่งทุกอย่างที่เราเคยเชื่อถึงขั้นจดบันทึกเก็บไว้เลย เราไม่ทิ้ง....เรากับเพื่อนยังคงเก็บมันไว้ เอาไว้อ่านตอนแก่...
ให้รู้ว่าคนอย่างตรูก็เคย"โง่"แบบนี้เหมือนกัน
เพื่อนอีกคนยังเก็บเฟรนด์ชิพหน้านั้นของนังนั่นไว้อยู่เลย แหมๆๆคันปาก ขออีกนิด
ก็เพราะ"นังนั่น"น่ะแหละ กับ"เพื่อนของนังนั่น" อีกตัวนึง ตอนนั้นจะจบม.3แล้วไง เลยมีการเขียนเฟรนด์ชิพกันในห้อง แล้ว"นังพวกนั้น"ก็เขียนให้เพื่อนอีกคนนึงของเรา ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องอะไรเลยได้..............มากๆ
เพื่อนคนนั้นของเรา คนที่ไม่เคยร้องไห้ ต้องเสียน้ำตาเพราะตัวหนังสือเหี้ยๆที่มันเขียน (ขออนุญาตหยาบนะคะ แค่นี้มันน้อยไปด้วยซ้ำ)
เพื่อนคนนั้นฉีกกระดาษหน้านั้นออกมา ขยำ จะเอาไปทิ้งทั้งๆที่น้ำตาก็ยังไหลอยู่อย่างนั้น เพื่อนร่วมชะตา(ที่โดนหลอกด้วยกันน่ะแหละ)อีกคนนึงแย่งกระดาษมา เดินไปหา 1 ในพวกมันแล้วจัดการปาลง "ตรงนั้น"ของมันอย่างแรงเสร็จสรรพ (ไม่ได้ลามกนะฮ้า แต่บังเอิญเราเดินตามไปแล้วเห็นพอดี ตอนหลังยังบอกมันเลยว่าปกติเค้าต้องปาใส่หน้าไม่ใช่หรอวะแก?55555)
แล้วด่ามันลั่นห้องเอาให้รู้กันทั้งบาง(เว่อร์ไปๆ = =") มันก็นะ.....เชิดหน้าแร่ด อยากเอาเก้าอี้ตัวข้างๆมาฟาดนอมันให้หักนัก นังหน้าหนา พูดอะไรไม่สะเทือน
จำได้เหมือนกันว่าเราก็ด่ามันแรงมาก แต่จำไม่ได้ว่าด่าว่าอะไร อารมณ์ตอนนั้นของเราประมาณว่า "แกจะมาด่ามาว่าอะไรเราไม่ว่า แต่แกทำให้เพื่อนซี้กรูร้องไห้แบบนี้กรูยอมไม่ได้"
ตอนนั้นมาดเด็กดีเรียบร้อยที่ทุกคนเข้าใจสลายไปพลัน เกิดอารมณ์อยากจับคนโยนออกนอกตึกชั้น 6 ให้รู้แล้วรู้รอด
พอๆๆ เอาเป็นว่าหลังจากนั้นเป็นต้นมา ความเป็นเพื่อนของพวกเรา 6 คน กับพวกมันอีก 2 ตัว ก็จบลง

เอวัง......ยาวจริงๆเรื่องนี้
ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา เรากับเพื่อนก็มองโลกในแง่ร้ายขึ้น ไม่ใช่แบบไม่ดีนะ แต่เพื่อให้ตัวเองรอบคอบขึ้น พอมองย้อนกลับไปถึงเรื่องที่เคยโดนหลอก พวกเราก็โง่กันจริงๆนั่นแหละ มันเป็นเรื่องที่ต่อให้เป็นเด็กอนุบาลก็ยังไม่เชื่อเลย
แต่พวกเรากลับเชื่อ เพียงเพราะมันเป็น "เพื่อน" ก็เท่านั้นเอง

เคยอ่านเมลล์ตอบคำถามเมลล์นึงที่ท่านนกฮูกส่งมาให้ ถูกใจคำตอบข้อนึงของท่านมากๆ จำคำตอบมาจนถึงทุกวันนี้เลย
ที่ถามว่า "กลัวผีมั้ย?" ท่านตอบว่า.........ไม่ อีกข้อนึงต่อมาก็ถามว่า "ทำไมล่ะ?" ท่านก็ตอบว่า......

"ผีหลอกมันไม่เจ็บเท่าเพื่อนหลอก"

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดด โดนค่ะโดนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน!!!!
โดนเต็มๆ เอาไปบอกต่อเพื่อน เพื่อนนี่ถามเลยย คิดได้ไงเนี่ยยยย โดนมากกกกกกกกกก!!!!

จบๆๆๆ ต่อไปข้อสุดท้ายแล้ว ยาวจริงข้อนี้ เฮ้อ = ="

5.เคยเข้าใจว่า Stage Name ของดงบังชินกิไม่ใช่ชื่อ

ข้อนี้ขอเปลี่ยนบรรยากาศหน่อย ให้กลับมาครึกครื้นเหมือนเดิม อิอิ ปิดท้ายด้วยดงบังซะเลย
Stage Name ก็คือชื่อในวงการของดารานักร้อง อย่างดงบังก็จะมี Hero U-know Max Xiah Micky ใช่มั้ย
เรื่องนี้มันสืบเนื่องมาจากข้อ 1 ตอนที่แจจุงทำเราตกตะลึงในความหล่อน่ะแหละ อิอิ
คือ อันนี้ต้องดู MV Always There ประกอบไปด้วย อ่ะ แปะให้แล้วข้างล่าง ดูประกอบได้นะ หึๆๆๆ
ตอนแรกของ MV เลย แจจุงก็จะโผล่ออกมาก่อนใช่มั้ย แล้วมุมๆจอก็จะปรากฏชื่อขึ้นมาว่า "HERO"
ด้วยอารามที่ว่าเราไม่คิดว่าจะมีคนชื่อ "ฮีโร่" อยู่จริงๆ เราก็เลยไพล่คิดไปว่า เค้าหมายถึง "ฮีโร่" จริงๆ (วีรบุรุษ น่ะ )
แล้วพอคนต่อมา "U-know" เจอชื่อนี้เข้าไปเรายิ่งมันใจว่าต้องไม่ใช่ชื่อแน่ๆ!!!!!
คิดไปว่า ประมาณว่าเค้าพูดต่อๆกัน เหมือนกับ...."Hero, (do) you know?"
5555555555 ไม่รู้คิดไปไดด้ยังไง ต่อๆๆๆๆ มาที่น้องมินบ้าง "Max" ไอ้เราก็ยังเชื่อมั่นว่าต้องไม่ใช่ชื่อคน
คิดไปว่าย่อมาจาก Maximum ซะงั้น เหอๆๆ เริ่มไปกันใหญ่แล้ว
พอถึงจุนซู "Xiah" เอาล่ะสิเริ่มไขว้เขว......หรือมันจะเป็นชื่อจริงๆ แต่ด้วยความรั้น จึงคิดต่อไปว่า เอาน่า....มันอาจเป็นศัพท์ที่เราไม่รู้จักก็ได้ ครึๆๆ
แต่พอมาถึงชื่อสุดท้ายของเฮียมิก ถึงบางอ้อเลยค่ะ.........."Micky"
อืม........ไม่ต้องสืบต่อแล้ว ที่ตูอุตส่าห์ใช้สมองปูๆคิดมาตั้งแต่แรกนี่มั่วหมดเลย ชื่อนี่หว่า ชื่อแปลกดีจัง 555
นั่นแหละจ้า เรื่องนี้จบสั้นๆ ไม่ซีเรียส อิอิ
อ่ะ เอา Always There ไปดูประกอบแล้วคิดตามที่เราบอกซะดีๆ ฮาดีนะ 555

แถมอีกนิดก่อนดู....เรารู้ตัวเองแล้วว่าชอบเพลง แนว Acappella นึกดูสิ เพลงที่ชอบที่สุดแต่ละเพลง..
My little princess (Acappella ver.), Always there , you only love แล้วไหนจะ Proud (Acappella ver.) อีกล่ะ เหอๆๆ
แล้วดงบังก็ชอบร้องอะแคปเปล่าด้วย เพราะสุดๆ ดงบังไอเลิฟยู้วววววววววว วูววววว ววว วู~~~~~
ป่ะ...ไปดู mv ได้แล้ว ครั้งหน้าจะเอารูปของขวัญที่ส่งไปเกาหลีมาให้ดู ส่งถึงเกาหลีแล้วด้วยนะ อิอิ


Always There - TVXQ!

ป.ล. ไม่ Tag ต่อนะคะ เพราะว่า เพื่อนๆที่เขียนบล็อกรู้สึกจะธุระติดพัน ไม่เห็นมีใครมาอัพเล้ยยยยย ดองยิ่งกว่าเราซะงั้น = =" แต่ถ้าใครอยากให้ Tag บอกมา เดี๋ยวจัดห้ายยยยยยย!!!!!!!!! 555


edit @ 2007/01/21 02:38:21

Comment

Comment:

Tweet


ฟังเพลงของดงบังแล้วก็ชอบนะถึงจะนิดๆก็เถอะ สงสัยผมคงจะแก่แน่ๆเลย
#2 by At 2007-01-21 14:47,
ยังจำตอนนั้นได้เลย ตอนที่พูดเรื่อง เอวัน ทางจม. แต่กว่าเราจะตอบก็นานมากเลย เหมือนจะคุยกันไม่ค่อยรู้เรื่องแต่จะคุยกันเรื่อง สารทุกข์สุกดิบทั่วไปมากกว่า จนถึงตอนนี้เราก็ยังฟังเพลงของ เอวันอยู่เลยชอบ แต่ดงบังเราเฉยๆแฮะสงสัยเพราะว่าเราแก่แล้วล่ะมั้ง
#1 by Yoru+PanDa+Chii = Sugihara's Farm At 2007-01-21 10:41,

Reiki ,The Crabby Crazy Crab
View full profile